วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติ



อัตชีวประวัติ


     ดิฉันนางสาววาริฐี พิกุลทอง ที่อยู่ บ้านก้านเหลือง อำเภอ โนนนารายณ์ จังหวัด สุรินทร์ มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน ดิฉันเป็นลูกคนที่ 2 สมาชิกในครอบครัวมีทั้งหมด 5 คน  มีพ่อ แม่ ยาย พี่ชาย และดิฉัน ที่บ้านประกอบอาชีพเกษตรกร
   ช่วงชีวิตที่ไม่เคยลืม ในวัยเด็กมีความคิดที่อยากไปกรุงเทพมาก เห็นเพื่อนคนอื่นไปเราก็อยากที่จะไปอย่างเพื่อนบ้าง อยากไปเที่ยว อยากไปอยู่มันสะดวกสบายเลยอยากไป พอโตขึ้นเรียนอยู่ชั้นมัยมศึกษาปีที่ 5  ช่วงปิดเทอมใหญ่ความคิดนี้ไม่เคยลืมคืออยากไปกรุงเทพ  เราต้องไปให้ได้ วันหนึ่งเลยไปขอแม่ว่าจะไปกรุงเทพ ไปหาพี่ แม่บอกไม่ให้ไป แม่บอกว่ามันไม่ใช่บ้านเรา มันไม่น่าอยู่ มันวุ่นวาย คนก็เยอะ ไม่มีใครที่เรารู้จักละเชื่อใจได้หรอก คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ไปอยู่ไม่ใช่มันจะสบาย คนที่จะไปอยู่ได้ต้องทำงาน ฟังแม่พูดเสร็จก็แอบไปร้องไห้อยู่คนเดียว น้อยใจแม่ที่ไม่ให้ไป ยังไงก็ไมล้มเลิกความคิด หลังจากนั้นโทรไปหาพี่ชายให้หางานให้หน่อยจะไปทำงาน พี่เลยหาให้แล้วก็ได้งาน งานเสิร์ฟอาหารในโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เลยไปบอกแม่ว่าจะไปทำงานกับพี่ แม่บอกว่าอยากจะไปไหนก็ไปถ้าไม่เชื่อ ถ้าคิดว่ามันสบายก็ไป คือความคิดที่ยังไม่โต ก็ยังดื้อจะไปให้ได้ เลยนั่งรถไปกับพี่ชายบ้านข้างๆ และได้ทำงานเสิร์ฟอาหาร ที่โรงพยาบาลสิมติเวช รู้สึกว่าได้การที่จะได้เงินแต่บาทมันต้องเหนื่อยต้องอดทนแค่ไหนถึงจะได้เงินเขามา และการทำงานในครั้งนี้มันก็สนุกไปอีกอย่าง คือเราได้ช่วยผู้ป่วยที่เขาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และได้พบคนต่างชาติมากมายได้พูดคุยทักทาย จากนั้นขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็ยังอยากมากรุงเทพเหมือนเดิม แล้วก็สมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และสอบติดที่นี่เป็นที่แรก มหาวิทยาลัยมหาสารคารก็ติดแต่ประกาศผลช้า เลยตัดสินใจเลือกที่ราชภัฏสวนดุสิต พอเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ได้สักพัก มาตามหาฝันในเมืองหลวง ตลอดเวลาที่มาเรียนที่เมืองหลวงก็คิดถึงคำที่แม่เคยบอกไว้เสมอ มันตรงกันข้ามกับความคิดเราจริงๆ อย่างคำที่ว่ากัน คิดผิดแค่นิด ชีวิตก็เปลี่ยน ในวันที่ชีวตวุ่นวาย มันมีเหนื่อยมีท้อ  มีเหงา เวลาที่ท้อ เวลาอยู่คนเดียว เวลาไม่มีตังค์จะหันไปพึ่งใครไม่ได้  ก็แอบร้องไห้ มันเหนื่อยมันท้อ และมันก็คิดถึง คิดถึงแม่ คิดถึงพ่อ คิดถึงบ้าน จากบ้านมาไกล เมื่อไหร่ฝันจะเป็นจริง เมื่อทำตามความฝันสำเร็จ วันนั้นคงได้เอาฝันนั้นไปฝาก
ชีวิตในอนาคต จะทำให้พ่อแม่และครอบครัวภาคภูมิใจให้ได้ เลี้ยงดูพ่อแม่ให้อยู่อย่างสุขสบาย มีงานทำที่ดีและมั่นคง เป็นแม่พิมพ์ที่ดีของประเทศชาติ มีความรัก ความเมตตาต่อเด็ก มีความรู้ ความสามารถและสอนเด็กให้เข้าใจ  มีจรรยาบรรณในวิชาชีพและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กทุกคน

                             


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น