วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 10


สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
     การเขียนโครงการ
 
   การเขียนโครงการ
           
กระบวนการทำงานประกอบไปด้วยหลายๆกิจกรรม ให้เป็นไปเป็นไปตามลำดับ โดยต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กำหนดระยะเวลาและงบประมานที่จำกัด ในการหำเนินงานต้องมีผู้รับผิดชอบต่อโครงการ ซึ่งเป็นผู้บริหารงาน กิจกรรมต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนงานเหมาะสมกับเวลา และงบประมานที่ตั้งไว้
    
ลักษณะของโครงการ
       -
ต้องมีระบบ  
       -ต้องมีวัตุประสงค์ชัดเจน
       -
ต้องเป็นการดำเนินงานในอนาคต
       -
เป็นการทำงานชั่วคราว
       -
มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน
       -
มีลักษณะเป็นงานที่เร่งด่วน
       -
ต้องมีต้นทุนการผลิตต่ำ
      -
เป็นการริเริ่มหรือพัฒนางาน
   
องค์ประกอบของโครงการ
       -
ชื่อโครงการ
       -
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
       -
หลักการและเหตุผล
       -
วัตถุประสงค์
       -
เป้าหมาย
       -
กลุ่มเป้าหมาย
       -
ระยะเวลาในการดำเนินงานโครงงาน
       -
วิธีการดำเนินงาน
       -
แผนการปฎิบัติงาน
       -
งบประมานและทรัพยากรที่ต้องใช้
       -
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
       -
การติดตามและประเมินผลโครงการ

การเขียนรายงานวิชาการ
       ข้อเขียนที่เกิดจากผลของการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้เรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบแล้วนำมาเรียบเรียงเป็นลายลักษณ์อักษร มีการการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ค้นคว้าและมีการวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมทั้งเสนอแนะความคิดเห็นที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์
   ความสำคัญ     -รู้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ
                          -พัฒนาความรู้ความคิดของนักศึกษา และนำเสนอความรู้ความคิดได้อย่างมีระบบ
  ขั้นตอนการทำ        

       -พิจารณาวัตถุประสงค์
       -กำหนดหัวเรื่อง
       -ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดขอบเขต
       -รวบรวมและบันทึกข้อมูล
       -วิเคราะห์ข้อมูล
       -
เชื่อมโยงข้อมูลให้สัมพันธ์
       -เรียบเรียงข้อมูลอย่างเป็นระบบ
       -ตรวจสอบความถูกต้อง
       -จัดรูปเล่มให้เหมาะสม
  องค์ประกอบของรายงานวิชาการ
      -ชื่อเรื่อง  -ชื่อผู้ทำรายงาน  -คำนำ  -สารบัญ  -บทนำ  -เนื้อหา  -บทสรุป  -บรรณานุกรม   
      รายละเอียด
      -ชื่อเรื่อง  -ชื่อผู้ทำรายงาน
    ส่วนประกอบ  

             -ส่วนนำ = ปกนอก ปกใน คำนำ สารบัญ
             -ส่วนเนื้อหา = บทนำเรื่อง ส่วนเนื้อหา  บทสรุป
             -ส่วนท้าย = บรรณานุกรม ภาคผนวก อภิธานศัพท์ ดรรชนี
    หลักการเขียนรายงานวิชาการ
        -ใช้คำและข้อความที่สุภาพ ศัพท์บัญญัติ ศัพท์ทางราชการ
        -ใช้คำเต็มไม่ใช้คำย่อ สำหรับตำแหน่งหรือยศ

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ     ได้รู้วิธีการใช้คำในการเขียนวัตุประสงค์
     คำที่ควรใช้
         -เพื่อกล่าวถึง  -เพื่ออธิบายเกี่ยวกับ 
         -เพื่อเลือก   -    เพื่อระบุ
         -
เพื่อจำแนกแยกแยะ   -เพื่อจัดลำดับ  
         -
เพื่อสร้างเสริม           -เพื่อกำหนด
         -
เพื่อแก้ปัญหา
   
คำที่หลีกเลี่ยง
       - เพื่อมีความรู้ความเข้า  - เพื่อทราบถึง
        -
เพื่อคุ้นเคยกับ    -เพื่อซาบซึ้งใน
        -
เพื่อสนใจ         - เพื่อวิเคราะห์
        -
เพื่อยอมรับ      -เพื่อตระหนัก
       -
เพื่อมองเห็นคุณค่า

 *งบประมาณของชาติเมื่อได้มาต้องใช้ให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ใช้ให้หมด
  *รู้จกโปรแกรม turnitin
  *คำว่าEmail คือคำที่บัญญัติไว้ ใช้คำว่า ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
 
ข้อเสนอแนะ
    การเรียนในวันนี้ ทำให้ได้รู้หลักของการเขียนโครงงาน การเขียนรายงานวิชาการอย่างถูกต้องตามรูปแบบ ซึ่งทำให้เกิดความเข้าเข้าใจและสามารถนำมาใช้ชีวิตประจำวันอย่างถูกต้องตามหลักการ






 



วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่9


สิ่งที่ได้รับในวันนี้


   ระเบียบงานราชสารบรรณและการเขียนหนังสือราชการ
งานสารบัญ
    1.การจัดทำ
    2.การรับ
   3.การส่ง
   4.การเก็บรักษา
   5.การยืม
   6.การทำราย
ชั้นความเร็วและชั้นความลับ
   -ชั้นความเร็ว
    ด่วน,ด่วนมาก,ด่วนที่สุด
   -ชั้นความลับ
    ลับ,ลับมาก,ลับที่สุด
การจัดทำสำเนา
    -สำเนาคู่ฉบับ จัดทำพร้อมเก็บไว้กับเจ้าของเรื่อง ผู้ร่าง ผู้พิมพ์ ผู้ตรวจ ลงชื่อไว้ด้านล่างขวาของหนังสือ
    -สำเนา มีคำรับรอง "สำเนาถูกต้อง" เจ้าหน้าที่ระดับสองขึ้นไป รับรองสำเนาเก็บไว้ที่สารบรรณกลาง
ชนิดของหนังสือราชการ
    1.หนังสือภายนอก --> นอกส่วนราชการ เป็นพิธีการ ใช้กระดาษตราครุฑ (หนังสือครุฑหรือหนังสือกลาง)
    2.หนังสือภายใน --> ในกระทรวงและจังหวัดเดียว เป็นพิธีการน้อย ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
    3.บันทึก --> ต่ำกว่ากรมลงมา ใช้กระดาษบันทึกข้อความหรือกระดาษอื่นๆ
    4.หนังสือประทับตรา --> ใช้กระดาษครูฑ ใช้ในกรณีที่ไม่สำคัญ เช่น ส่งเอกสารเพิ่มเติม ประทับตราแทนการลงชื่อหัวหน้าส่วนราชการ คำขึ้นต้นมีเฉพาะ ที่ และ ถึง ไม่มีคล้ายคลึง
    5.หนังสือสั่งการ --> คำสั่ง,ระเบียบ, ข้อบังคับ
    6.หนังสือประชาสัมพันธ์--> ประกาศ, แถลงการณ์, ข่าว
    7.หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานทางราชการ
      -หนังสือรับรอง
      -รายงานการประชุม
      -บันทึก
ปัญหาในการเขียนหนังสือราชการ
      -ความคิด
     -ยืดยาว เยิ่นเย้อ
     -รู้เรื่องคนเดียว
     -ขาดการประเมิน
หลักการเขียนเนื้อหา
     ปัญหา , ข้อเท็จจริง , ข้อพิจารณา , ข้อเสนอ
ข้อแตกต่างระหว่างอนุญาตกับอนุมัติ
    อนุญาต หมายถึง ยินยอม ยอมให้
    ควรนำไปใช้ เรื่องส่วนตัว , ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยงาน , ไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบขององค์กร
  อนุมัติ หมายถึง ให้อำนาจกระทำตามระเบียบที่กำหนด
   ควรนำไปใช้ เรื่องที่เป็นความรับผิดชอบขององค์กร , เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยงาน
การเขียนรายงานการประชุม
    ปัญหาของหารเขียนรายงานการประชุม
     -ไม่รู้วิธีดำเนินการประชุมที่ถูกต้อง
     -ไม่รู้จะจดอย่างไร
     -ขาดทักษะในการจับประเด็นและสรุปความ
     -การใช้ทักษะในการจด
    ประโยชน์ของรายงานการประชุม
     -เป็นหลักฐานการปฎิบัติงาน
     -เป็นเครื่องมือในการติดตามงาน
     -ใช้อ้างอิง
     -เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร
ตัวอย่างการเขียนรายงานการประชุม

รายงานการประชุม........................................................................(หน่ายงาน)
ครั้งที่..............................................
เมื่อวันที่..................................................................
ณ.................................................................................
ผู้มาประชุม.....................................................................................................
ผู้ไม่มาเข้าร่วมประชุม......................................................................................
ผู้เข้าร่วมประชุม...............................................................................................
เริ่มประชุมเวลา................................................................................................
ประธานกล่าวปิดการประชุม..............................................................................

-ระเบียบวาระที่1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
-ระเบียบวาระที่2 เรื่องการรับรองรายงานการประชุม
-ระเบียบวารัที่3 เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมทราบ
-ระเบียบวาระที่4 เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา
-ระเบียบวาระที่5 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

ความรูใหม่ที่ได้รับ
  - การจัดทำสำเนา ควรที่จะทำสำเนาสองฉบับ อีกฉบับเราก็เก็บไว้เพื่อตัวเอง
   - การเซ็นต์มีสองแบบ คือ เซ็นต์สดแลัเซ็นต์ในระบบ 
   - ความแตกต่างระหว่างอนุญาตกับอนุมัติ
   -เมื่อขอความอนุเคราะห์หรือขอความร่วมมือใคร ต้องเขียนชื่นชมเขาก่อน
   -อะไรที่ยังไม่มีการรับรอง--->ใช้คำว่า "ร่าง"

ข้อเสนอแนะ
   การเรียนการสอนในวันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการเขียนหนังสือราชการเป็นสิ่งที่จำเป็นมากและมีประโยชน์กับเราเพราะในอนาคตข้างหน้าเราจะเป็นครู เราจะต้องทำงานกับหน่วยงานที่เป็นข้าราชกาจะรต้องมีความรู้เกี่ยวกับหนังสือราชการ วันนี้ทำให้ได้รู้ ได้เข้าใจเกี่ยวกับหนังสือราชการและการเขียนได้อย่างถูกต้องเป็นอย่างมากค่ะ





นางสาววาริฐี พิกุลทอง
รหัส55113400201 ตอนเรียน D1






วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 8


สิ่งที่ได้เรียนร้ในวันนี้

การเขียนจดหมาย

การเขียนเชิงกิจธุระ
การเขียนแบบฟอร์ม
    คือเอกสารที่จัดทำขึ้นโดยเว้นช่องว่างไว้สำหรับบุคคลแต่คนกรอกข้อความ เพื่อให้สะดวกแก่ผู้รวบรวม นำความนั้นมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ
แบบฟอร์มแบ่งเป็น 4 ประเภท
   1.แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน
   2.แบบฟอร์มที่ผู้อื่นข้อความร่วมมือให้กรอก
   3.แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อภายในองค์การ
   4.แบบฟอร์มสัญญา
จดหมายกิจธุระ
   เป็นจดหมายระหว่างบุคคลต่อบุคคล ที่ติดต่อสื่อสารกันด้วยกิจธุระ เช่น การติดต่อสอบถาม การบอกกล่าว การบอกขาย การแจ้งข่าวสารต่างๆ ฯลฯ หากเป็นบริษัท ห้างร้านองค์การต่างๆ เรียกจดหมายธุรกิจ :ใช้ภาษาระดับกึ่งทางการ
จดหมายเปิดผนึก
   เป็นจนหมายประเภทกิจธุระเขียนเผยแพร่ต่อสาธารณชน สื่อมวลชน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเสนอแนะแสดงความรู้สึก แสดงความจริง ขอความร่วมมือ ท้วติง หรือร้องเรียน เป็นต้น
จดหมายราชการ หรือหนังสือราชการ
   เป็นจดหมายที่ติดต่อสื่อสารระหว่าง กระทรวง ทบวง กรม กอง เดียวกันรวมทั้งติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานนอกชนต่างๆ ด้วยจดหมายท่ติดต่อกับหน่วยงานนอกกระทรวง เรียกว่า หนังสือภายนอก ส่วนจดหมายที่ติดต่อภายในเรียกว่า กนังสือภายใน
การเขียนประกาศ
ประกาศทงราชการ
   มักจะมีข้อความที่ค่อนข้างยาวละเอียด และเกี่ยวเนื่องกับตัวกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์จากประกาศให้บุคคลทั่วไปทราบ

การเขียนจดหมายธุรกิจ
ประเภทของจดหมาย
   1.จดหมายส่วนตัว : จดหมายถึงเพื่อน ญาตพี่น้อง
   2.จดหมายกิจธุระ : จดหมายลาป่วย ลากิจ
   3.จดหมายธุรกิจ : จดหมายที่ติดต่อเพื่อผลประโยชน์ทางธุระกิจ
   4.หนังสือราชการ : เอการที่ใช้ติดต่อกับราชการ
ประเภทของจดหมายธุรกิจ
   -จดหมายขอเปิดเครดิต
   -จดหมายเสนอขายสินค้าหรือบริการ
   -จดหมายสอบถามและตอบรับสั่งซื้อ
   -จดหมายต่อว่าและปรับความเข้าใจ
   -จดหมายเตือนหนี้และทวงหนี้
   -จดหมายไมตรีจิต
รุปแบบของจดหมายธุรกิจ
 -จดหมายธรกิจแบบราชการ
 -จดธุรกิจแบบไทย
 -จดหมายธุรกิจแบบสากล
  การเขียนหัวข้อต่างๆในจดหมายธุรกิจ
 -หัวจดหมาย : ชื่อและที่อยู่ของบริษัทห้างร้าน มักนิยมพิมพ์เป็นหัวกระดาษจดหมายสำเร็จรูป
 -วันเดือนปี : มักระบุเพียงเลข วันที่ ชื่อเดือน ปี พ.ศ. โดยไม่ต้องใส่คำว่า " วันที่เดือนและปี"
-เรื่อง : เขียนสั้นๆ กะทัดรัด ได้ใจความ
-คำขึ้นต้น : มักใช้คำว่า "เรียน"
-ข้อความ : มักเขียน 2-3ย่อ ย่อหน้าแรกจะกล่าวถึงเหตุที่มีจดหมายไป ย่อหน้าถัดมาจะแจ้งความประสงค์ หรือ สิ่งที่ต้องการให้ปฏิติบัติหรือรายละเอียด
-คำลงท้าย : มักใช้คำ "ขอแสดงความนับถือ"
-ลายเซ็นหรือลายมือชื่อของผู้ลงนามในจดหมาย
-ชื่อเต็มของผู้ลงนามในจดหมายในจดหมาย โดยระบุอยู่ในวงเล็บ
-ตำแหน่งของผู้ลงนามในจดหมาย
ควมรู้ใหม่ที่ได้รับในวันนี้
-สำนักงานนายกรัฐมนตรี เป็นคนกำหนดสารบัญตามรูปแบบ
-คำว่าไอโฟน 5 ในการเขียนจดหมายราชการ ต้องเขียนเป็นตัวเลขไทย ส่วนคำว่า 3G เขียนเป็นตัวเลขอารบิก เพราะเป็นชื่อเฉพาะ
-องศ์การใหญ่กว่าองศ์กร เพราะว่าองศ์การ คือภาพรวมที่ครอบคลุมท้งหมด
-บันทึกข้อความไม่จำเป็นต้องมี คำว่าขอแสดงความนับถือ
ข้อเสนอแนะ 
วันนี้เรียนเรื่องการเขียนจดหมายทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนจดหมายในรูปแบบต่างๆอย่างถูกต้องและนำมาใช้ในชีวตประจำวันได้อย่างถูกต้องตามหลักของภาษา





นางสาววาริฐี พิกุลทอง
รหัส 55113400201
ตอนเรียน D1












วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 7


สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
        
 กวีนิพนธ์

           กวีนิพนธ์ คือ บทร้อยกรองที่สร้างสรรค์ความงามด้วยตัวอักษร เสียง จังหวะ หรือทำนอง มีถ้อยคำสื่อสารอันอาจเป็นสัญลักษณ์หรือการสร้างภาพพจน์ เพื่อให้ผู้อ่านจินตนาการได้อย่างสวยงามกว้างไกลและไร้ขอบเขตรวมทั้งเกิดความรู้สึกสะเทือนใจที่ลึกซึ้ง

การเขียนกวีนิพนธ์
 -คำสัมผัสคล้องจอง 
       พยางค์คล้องจองด้วยเสียงของสระหรือเสียงของพยัญชนะ หากคล้องจองด้วยเสียงสระเรียกว่า สัมผัสสระ หากคล้องจองด้วยเสียงพยัญชนะเรียกว่า สัมผัสอักษร
 -สัมผัสนอก
         คือสัมผัสนอกวรรคและนอกบท หรือระหว่างวรรคและระหว่างบทเป็นสัมผัสบังคับด้วยเสียงสระ 
-สัมผัสใน
         คือสัมผัสในวรรคเดียวกัน ซึ่งมีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร เป็นสัมผัสที่มีเพื่อความไพเราะ
 -คำเสียงสูง(จัตวา)
        เหมาะเป็นคำสุดท้ายของวรรครับของกลอนสุภาพ
-คำไวพจน์
        คือคำที่มีความหมายอย่างเดียวกัน หรือคำที่พ้องความหมายนั่นเอง
-คำเอก คำโท
        คำเอกคือ คำที่มีรูปเอก ถ้าไม่มีรูปเอก แต่ออกเสียงเอกคำนั้นเป็นคำตาย
        คำโท ในโคลงสี่สุภาพ คือคำที่มีรูปวรรณยุกต์โท
        คำเอกโท คือคำที่ติดกันและมีความหมายเหมือนกันหรือต่อเนื่องกัน
-คำคู่
    คำที่มีความหมายคือการเล่นคำสัมผัสอักษร
-บทร้อยกรองที่แต่งให้ดีคือ คำคล้องจองกันเพื่อให้เกิดความไพเราะ ร้อยหรองมี 5 ชนิด คือ
    -โคลง
    -ฉันท์
    -กาพย์
    -กลอน
    -ร่าย
**ร้อยกรองเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า คำประพันธ์
-คำคล้องจอง เป็นคำที่มีสระเดียวกันหรือมาตราตัวสะกดเดียวกัน
-กาพย์ยานี ๑๑ 
    ความหมาย กาพย์ยานีเป็นบทร้องกรองที่บังคับจำนวนคำ วรรค และสัมผัส

ความรู้ใหม่ที่ได้รับในวันนี้
-การเขียนบทกวีนิพนธ์เท่ากับการแต่งคำประพันธ์ได้
-วรรณคดีมีระยะเวลานานอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีคนทุกยุคทุกสมัยยอมรับกันถึงจะเป็นวรรณคดี
-วรรณกรรม เป็นงานเขียนทุกประเภท ยกเว้นหนังสือเรียน
-หนังสือเล่มไหนได้ตราสโมสรวรรณคดี ถือว่าเป็นวรรณคดี ถ้าไม่มีตราสโมสร ถือเป็นวรรณกรรม

ข้อเสนอแนะ
การเรียนการสอนในวันนี้เป็นเรื่องที่เคยเรียนผ่านมาตอนมัธยม นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะว่าเป็นทบทวนเนื้อหาความรู้ของเราที่ได้เรียนมาให้เกิดความรู้ ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้ฝึกทำแบบฝึกในแต่ละเรื่องทำให้เข้าใจอย่างถูกต้องและได้ฝึกแต่งกาพย์ยานี๑๑ อีกด้วย วันนี้ไม่เพียงแต่ได้รับความร้อย่างเดียว แต่ยังได้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลินทำให้ไม่เครียดในการเรียนค่ะ








        


วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

ขอให้ประเทศไทยสงบสุข



                   ขอให้ประเทศไทยสงบสุข

ขอให้ประเทศไทยสงบสุข
                                         สีแดงสด นั้นหรือก็คือชาติ      ขาวสะอาด นั้นหรือคือศาสนา
                                        น้ำเงินเด่น เห็นชัดกษัตรา        สามสิ่งมารวมกันไว้เป็นไตรรงค์
                                       เอกลักษณ์ปักใจไทยทุกผู้        สิ่งควรรู้ชาติไทยไม่ลืมหลง
                                       สบัดพริ้ว ปลิวสล้าง อย่างยืนยง   เด่นดำรง เอกราชของชาติไทย
                                  
            ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากัน แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง
                                        
                       แผ่นดินไทยของเราที่บรรพบุรุษได้ต่อสู้ กอบกู้เอกราชมาเป็นเวลาอันยาวนาน จึง               ทำให้ประเทศไทยของเรามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นปึกแผ่นที่แข็งแกร่ง มีความมั่งคงและเจริญ       รุ่งเรือง เมื่อเวลาผ่านไปสังคมไทยของเราก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางลบ และถ้าหากคนไทยทุกคน       ช่วยกันสร้างประเทศไทยให้กลับมาแข็งแกร่ง มั่นคง มีความสามัคคี เจริิญรุ่งเรืองได้อย่างเดิมปะเทศของ       เราก็จะมีแต่ความสงบสุขตลอดไป
                     ในประเทศไทยของเราประสบกับปัญหามากมาย เช่น  ปัญหาครอบครัว  ปัญหาเศษรฐกิจ      ปัญหาการจราจร ปัญหาการเมืองการปกครอง ปัญหายาเสพติด ปัญญหาอัชญากรรม ฯลฯ แต่มาวันนี้            ประเทศของเรากำลังประสบกับปัญหาที่วิกฤตมากในปัจจุบันคือ "ปัญหาทางการเมือง" จะเห็นว่า              สถานการณ์ บ้านเมืองเรา ณ ตอนนี้ มีความรุ่นแรง มีการ"แบ่งพรรค แบ่งสี แบ่งเขตแบ่งแดนกัน"  มีการสู้        รบขมเหงไล่ฆ่ากัน  เกิดความแตกแยกกันของคนในสังคม ทำให้คนในประเทศขาดความรักสามัคคีปอง          ดองกัน ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเนื่องมาจาก ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ของคนกลุมใดกลุ่มหนึ่ง คือ  การ อยากมีอำนาจ อยากเป็นใหญ่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ยึดความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่ฟังความคิด     เห็นของคนในสังคม จึงทำให้อีกกลุ่มหนึ่งเกิดความไม่พอใจกันและมีการต่อต้านชุมประทวงไม่จบไม่สิ้น        เพราะความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่รู้จักให้อภัยและเห็นอกเห็นใจกัน เหตุการณ์ในวันนี้ ส่งผลกระทบ        ทุกๆอาชีพและหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ตัวอย่างเช่น ทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้การท่องใน          ประเทศไทยของเรามีชาวต่างชาติเข้าท่องเที่ยวลดน้อยลง ซึ่งก็เป็นปัญหาทีสำคัญอย่างหนึ่ง อย่างไรเร
 ก็คือคนไทย เกิดบนพื้นแผ่นดินไทยด้วย ดังคำกล่าวที่ว่า "แล้วใครจะชนะ ไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้    ต่างคนต่างแพ้ ที่เผชิญหน้า ก็แพ้ แล้วก็ที่แพ้ที่สุดก้คือประเทศชาติ จะมีประโยชน์อะไรกับชัยชนะ บนกอง    ซากปรักหักพังของบนเมือง" พระราชดำรัชพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ คนทุกคนมีความคิดที่แตกต่างกัน แต่    เราไม่แตกแยก สิ่งที่คนทุกคนมีเหมือนนั้นคือ ความรักใคร่ ความสามัคคี ความอ่อนหวาน รอยริ้มหรือ              ยิ้มสยามของคนไทยทุกคน เรามีพระบาทสมเด็จบระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวกัน หยุดทำร้ายคนไทยด้วยกัน     หยุดร้ายประเทศชาติ เรามาร่วมแรงร่วมใจแก้ไขปัญหาเหล่านี้ที่เกิดขึ้น ช่วยกันพัฒนาประเทศไทยให้เดิน     หน้าต่อไป ให้เป็นสยามเมืองยิ้ม ที่ชาวต่างชาติเคยชื่นชมและทำให้ประเทศไทยเราสงบสุขอย่างเดิม           เพื่อพ่อหลวงของเราและเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองให้มั่นคงตลอดไป                                                                     อยากเห็นคนไทยรักกันอย่างเดิม อยากให้คนไทยทุกคน รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความสงบสันติสามัคคี รู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน เข้าอกเข้าใจกัน มีเมตตา ช่าวยเหลือเกลือกลู ยิ้มไหว้ ทักทายกันอย่างเดิม เคราพสิทธิเสรีภาพ เคารพกฎหมายบ้านเมืองและอยากเห็นการเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ประเทศชาติมั่นคง สงบสุข เราคนไทยรักกันเถิด อย่าเกรียดกันเลยเราจงร่วมมือรักใคร่กลม   เกลียวกันร่วมใจกันปกป้องขวานทองของไทยเราไว้ให้ดำรงคงอยู่คู่บ้านเมือง เพื่อลูกหลานในวันข้างหน้า       ต่อไป     




                        นางสาววาริฐี พิกุลทอง 55113400201